วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568

ครั่งที่14

 


นิทานสำหรับเด็กปฐมวัย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมาตัวหนึ่ง เดินหาของกินไปทั่วเมือง ในระหว่างที่มันกำลังหาของกินอยู่นั้นมันก็เหลือบไปเห็นเนื้อตากแห้งชิ้นหนึ่งที่พ่อค้าแขวนเอาไว้ เมื่อสบโอกาส ไม่มีใครอยู่แถวนั้น มันจึงใช้ความเร็วกระโดดขโมยคาบเนื้อตากแห้งชิ้นนั้นและรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว


"อิอิ มันจะต้องเป็นมื้อกลางวันที่อร่อยแน่นอน หลังจากที่ข้าไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน นี่แหละจะเป็นอาหารชิ้นแรกที่ตกลงท้องของข้า"


เจ้าหมาคิดในใจ


ในระหว่างที่มันวิ่งหนีไปพร้อมกับเนื้อตากแห้ง มันก็คิดได้ว่า มันควรจะหาที่เงียบๆ กินของที่มันขโมยมา จะได้ไม่โดนแย่งของกินไป


มันเดินมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง มันได้ชำเลืองลงไปในแม่น้ำเบื้องล่างของมัน ซึ่งมันก็ได้เห็นเงาของมันเป็นภาพหมาตัวหนึ่งกำลังคาบชิ้นเนื้อตากแห้ง ที่ดูชิ้นใหญ่กว่ามันเพราะการสะท้อนของน้ำ


ด้วยความโลภของมัน มันจึงคายชิ้นเนื้อบนสะพานแล้วพูดกับเงาตัวเองว่า


"นี่ๆ เรามาแลกชิ้นเนื้อกันมั้ยเจ้าหมา เนื้อของข้าอร่อยมากๆ นะ ถึงเนื้อของเจ้าจะชิ้นใหญ่กว่า แต่เนื้อของข้าอร่อยกว่านะ"มันกล่าว แต่เงาสะท้อนไม่ได้ตอบโต้อะไร มันจึงพูดไปอีกว่า


"ข้านับ 1 ถึง 3 เรามาแลกเนื้อกันนะ เอาล่ะ 1 - 2- 3"


เมื่อสิ้นนับ 3 เจ้าหมาก็ปล่อยเนื้อตากแห้งที่ขโมยได้ลงไปในน้ำ ซึ่งเนื้อชิ้นนั้นก็จมลงก้นแม่น้ำในที่สุด


เจ้าหมาถึงกับพูดไม่ออก มันรู้แล้วว่าตัวเองได้เสียอาหารมื้อสำคัญของตัวเองไป มันก็ได้แต่เดินจากไปอย่างช้าๆ พร้อมกับความหิวโหย


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

-โลภมาก ลาภหาย

ครั้งที่13


การทำของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย

แนะนำเทคนิคการใช้สีเทียนระบายน้ำ สำหรับเด็ก ๆ ที่สามารถเรียนรู้และทำตามได้แบบง่าย ๆ มาพร้อมกับ ภาพระบายสีเทียนระบายน้ำ น่ารัก ๆ
 ไอเดียการประดิษฐ์ นักวิ่งพลังหนังยาง งานประดิษฐ์ของเล่น จากแก้วกระดาษ และหนังยาง ที่ทำตามได้ง่าย ๆ พร้อม Pattern เหล่าสัตว์นักวิ่งน่ารัก ๆ





 

วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568

ครั้งที่ 12


คาบนี้อาจารย์ สอนเกี่ยวกับ เด็กอนุบาลเรียนรู้อย่างไร?!?!

การพัฒนาเด็กโดยผ่านการขยับนิ้วมือ

กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือและตาให้ทำงานอย่างประสานสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่ กิจกรรมที่เด็กได้หยิบจับสิ่งของ ตุ๊กตา เครื่องเล่น ตลอดจนการช่วยตนเองในการแต่งตัว การทำความสะอาดร่างกาย การรับประทานอาหาร ตลอดจนกิจกรรมศิลปะต่างๆที่เด็กได้ทำที่โรงเรียนเพื่อการพัฒนาของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการควบคุมและการทำงานประสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องใช้มือและตาในการบังคับควบคุม เช่น การหยิบจับสิ่งของ การหิ้วหรือถือของ การร้อยพวงมาลัย การจับดินสอหรือสีในการวาดรูปหรือขีดเขียนในเด็กปฐมวัย





 

ครั้งที่ 11

 คาบนี้เรียนเกี่ยวกับนักทฤษฎีต่างๆที่สำคัญกับการเรียนการสอนปฐมวัย


1.การเรียนรู้แบบ วอลดอร์ฟ

การเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟเกิดขึ้นจาก แนวคิดของ รูดอล์ฟ  สไตเนอร์  (Rudolf  Stiner) ซึ่งมีความเชื่อว่า การศึกษา คือ การช่วยคนให้ดำเนินวิถีชีวิตแห่งตนที่ถูกต้องตามธรรมชาติ  ด้วยการให้เด็กทำกิจกรรมตามที่สนใจ โดยมีครู และผู้ปกครองเป็นผู้อำนวยความสะดวก และป้องกันเด็ก

จากการเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ สิ่งที่เด็กสัมผัสต้องเป็นธรรมชาติที่สุด  ซึ่งแนวคิดของรูดอล์ฟ 

สไตเนอร์  เน้นการเรียนรู้ของเด็กอย่างเป็นธรรมชาติ  เพราะเชื่อว่าเด็กสามารถพัฒนาศักยภาพ

ของตนได้ ภายใต้การเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ  ในปัจจุบันโรงเรียนวอลดอร์ฟ  และการเรียน

การสอนแบบวอลดอร์ฟได้แพร่ขยายไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลก 


หลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ 

แนวคิดแบบวอลดอร์ฟนั้น ให้ความสำคัญกับพัฒนาการของมนุษย์ โดยเน้นตั้งแต่ 0 – 21 ปี โดยสามารถแบ่งขั้นพัฒนาการได้ 3 ขั้น ขั้นละ 7 ปี ดังนี้


          แรกเกิด – 7 ปี : เรียนรู้ด้วยการกระทำ ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กมุ่งมั่นตั้งใจ

กับการกระทำความดี และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้ดี


          7 – 14 ปี : เรียนรู้จากความประทับใจ ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กรู้สึกถึงความงาม และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้งดงาม


          14 – 21 ปี : เรียนรู้จากการคิด ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กคิด จนเกิดปัญญา

เห็นสัจธรรม และความจริงในโลก และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้เป็นจริง 


2. การเรียนรู้แบบมอเตสซอรี่

การเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ เกิดจากแนวคิดของ ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่

(Dr. Maria Montessori) แพทย์หญิงชาวอิตาลีที่ได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลองจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โดยใช้วิธีการคิดขึ้นเองจนประสบผลสำเร็จ ต่อมาจึงได้เผยแพร่ความคิด โดยการเขียนหนังสือ และจัดอบรมแก่ผู้ที่สนใจวิธีการสอนนี้ทั้งในภาคทฤษฎี และปฏิบัติต่อมาได้พัฒนาวิธีการสอนให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เพื่อนำมาใช้เป็นวิธีสอนสำหรับเด็กทั่วไปอีกด้วย


3.การเรียนรู้แบบ Project Approach

Project Approach เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ให้เด็กรูปแบบหนึ่ง ที่ให้โอกาสเด็กเลือกเรียนรู้ในสิ่งที่เด็กสนใจในสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเด็ก โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ตั้งคำถามในสิ่งที่ยังต้องการเรียนรู้หาคำตอบ รวมทั้งดำเนินการวางแผนสำรวจ สืบค้น บันทึก คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล และความรู้ต่างๆ เด็กเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยประสบการณ์ตรงหลากหลายวิธี แล้วสุดท้ายเด็กและครูร่วมกันสรุปเรียบเรียงขั้นตอนการเรียนรู้และสิ่งที่เรียนรู้ออกมาเป็นชิ้นงานและนิทรรศการอันเป็นการสรุปความคิดรวบยอดที่ดี ต่อจากนั้นก็ทำการเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ ซึ่งเป็นการเรียบเรียง ทบทวน วิธีการ ทักษะ และข้อมูลในการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นระบบ การเรียนรู้แบบ Project Approach จะเป็นการเรียนรู้อย่างลุ่มลึกในสิ่งที่เด็กสนใจใกล้ตัว ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการเรียนรู้ด้วยวิธีการการดำเนินการวิจัยเบื้องต้น


                                        




ครั้งที่ 10

 กิจกรรมการเรียนรู้ 

กิจกรรมเสริมประสบการณ์

หน่วย ยานพาหนะ

เรื่อง ความหมายของยานพาหนะ

คลิปการสอนค่า





ครั้งที่ 9

ในวันนี้อาจารย์ไม่ได้ให้เข้าคลาสให้แต่ละกลุ่มแยกกันไปทำสื่อการเรียนรู้ของแต่ละหน่วยของตนเอง "กลุ่มของพวกเราคือ หน่วย ยานพาหนะ " โดยจะสอนเกี่ยวกับ ความหมายของยานพาหนะคือ สิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายขนส่งไปได้ ยานพาหนะส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ อาทิ จักรยาน รถยนต์ จักรยานยนต์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน เป็นต้น 




ครั้งที่ 8

คาบนี้อาจารย์ให้ลงมือทำสื่อการสอนจากแผนที่เคยเขียนไว้ และให้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน