กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือและตาให้ทำงานอย่างประสานสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่ กิจกรรมที่เด็กได้หยิบจับสิ่งของ ตุ๊กตา เครื่องเล่น ตลอดจนการช่วยตนเองในการแต่งตัว การทำความสะอาดร่างกาย การรับประทานอาหาร ตลอดจนกิจกรรมศิลปะต่างๆที่เด็กได้ทำที่โรงเรียนเพื่อการพัฒนาของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการควบคุมและการทำงานประสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องใช้มือและตาในการบังคับควบคุม เช่น การหยิบจับสิ่งของ การหิ้วหรือถือของ การร้อยพวงมาลัย การจับดินสอหรือสีในการวาดรูปหรือขีดเขียนในเด็กปฐมวัย
วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568
ครั้งที่ 12
ครั้งที่ 11
คาบนี้เรียนเกี่ยวกับนักทฤษฎีต่างๆที่สำคัญกับการเรียนการสอนปฐมวัย
1.การเรียนรู้แบบ วอลดอร์ฟ
การเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟเกิดขึ้นจาก แนวคิดของ รูดอล์ฟ สไตเนอร์ (Rudolf Stiner) ซึ่งมีความเชื่อว่า การศึกษา คือ การช่วยคนให้ดำเนินวิถีชีวิตแห่งตนที่ถูกต้องตามธรรมชาติ ด้วยการให้เด็กทำกิจกรรมตามที่สนใจ โดยมีครู และผู้ปกครองเป็นผู้อำนวยความสะดวก และป้องกันเด็ก
จากการเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ สิ่งที่เด็กสัมผัสต้องเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งแนวคิดของรูดอล์ฟ
สไตเนอร์ เน้นการเรียนรู้ของเด็กอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าเด็กสามารถพัฒนาศักยภาพ
ของตนได้ ภายใต้การเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ในปัจจุบันโรงเรียนวอลดอร์ฟ และการเรียน
การสอนแบบวอลดอร์ฟได้แพร่ขยายไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
หลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
แนวคิดแบบวอลดอร์ฟนั้น ให้ความสำคัญกับพัฒนาการของมนุษย์ โดยเน้นตั้งแต่ 0 – 21 ปี โดยสามารถแบ่งขั้นพัฒนาการได้ 3 ขั้น ขั้นละ 7 ปี ดังนี้
แรกเกิด – 7 ปี : เรียนรู้ด้วยการกระทำ ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กมุ่งมั่นตั้งใจ
กับการกระทำความดี และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้ดี
7 – 14 ปี : เรียนรู้จากความประทับใจ ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กรู้สึกถึงความงาม และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้งดงาม
14 – 21 ปี : เรียนรู้จากการคิด ดังนั้น การสอนต้องเน้นให้เด็กคิด จนเกิดปัญญา
เห็นสัจธรรม และความจริงในโลก และจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้เป็นจริง
2. การเรียนรู้แบบมอเตสซอรี่
การเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ เกิดจากแนวคิดของ ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่
(Dr. Maria Montessori) แพทย์หญิงชาวอิตาลีที่ได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลองจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โดยใช้วิธีการคิดขึ้นเองจนประสบผลสำเร็จ ต่อมาจึงได้เผยแพร่ความคิด โดยการเขียนหนังสือ และจัดอบรมแก่ผู้ที่สนใจวิธีการสอนนี้ทั้งในภาคทฤษฎี และปฏิบัติต่อมาได้พัฒนาวิธีการสอนให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เพื่อนำมาใช้เป็นวิธีสอนสำหรับเด็กทั่วไปอีกด้วย
3.การเรียนรู้แบบ Project Approach
Project Approach เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ให้เด็กรูปแบบหนึ่ง ที่ให้โอกาสเด็กเลือกเรียนรู้ในสิ่งที่เด็กสนใจในสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเด็ก โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ตั้งคำถามในสิ่งที่ยังต้องการเรียนรู้หาคำตอบ รวมทั้งดำเนินการวางแผนสำรวจ สืบค้น บันทึก คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล และความรู้ต่างๆ เด็กเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยประสบการณ์ตรงหลากหลายวิธี แล้วสุดท้ายเด็กและครูร่วมกันสรุปเรียบเรียงขั้นตอนการเรียนรู้และสิ่งที่เรียนรู้ออกมาเป็นชิ้นงานและนิทรรศการอันเป็นการสรุปความคิดรวบยอดที่ดี ต่อจากนั้นก็ทำการเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ ซึ่งเป็นการเรียบเรียง ทบทวน วิธีการ ทักษะ และข้อมูลในการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นระบบ การเรียนรู้แบบ Project Approach จะเป็นการเรียนรู้อย่างลุ่มลึกในสิ่งที่เด็กสนใจใกล้ตัว ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการเรียนรู้ด้วยวิธีการการดำเนินการวิจัยเบื้องต้น
ครั้งที่ 10
กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมเสริมประสบการณ์
หน่วย ยานพาหนะ
เรื่อง ความหมายของยานพาหนะ
คลิปการสอนค่า
ครั้งที่ 9
ในวันนี้อาจารย์ไม่ได้ให้เข้าคลาสให้แต่ละกลุ่มแยกกันไปทำสื่อการเรียนรู้ของแต่ละหน่วยของตนเอง "กลุ่มของพวกเราคือ หน่วย ยานพาหนะ " โดยจะสอนเกี่ยวกับ ความหมายของยานพาหนะคือ สิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายขนส่งไปได้ ยานพาหนะส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ อาทิ จักรยาน รถยนต์ จักรยานยนต์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน เป็นต้น
ครั้งที่7
-
คาบนี้อาจารย์ให้เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่เรามีอยู่ในต้นทุนชีวิตเป็นการสะท้อนความคิดตัวเองก่อนออกฝึกสอนว่าเรามีอาไรนัก และต้องเพิ...
-
กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ หน่วย ยานพาหนะ เรื่อง ความหมายของยานพาหนะ คลิปการสอนค่า
-
นิทานสำหรับเด็กปฐมวัย กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมาตัวหนึ่ง เดินหาของกินไปทั่วเมือง ในระหว่างที่มันกำลังหาของกินอยู่นั้นมันก็เหลือบไปเห็นเน...














